ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
สมัครสมาชิกคลับ!! | กฏกติกามารยาท | กฏระเบียบห้องซื้อขาย-ร้านค้า
ประกาศ!! แจ้งเปลี่ยนแปลงวิธีการโพสตั้งกระทู้ใหม่
**ท่านใดพบปัญหาการสมัครสมาชิกด้วยสมาร์ทโฟน แนะนำให้สมัครสมาชิกโดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ก่อน จากนั้นค่อยใช้สมาร์ทโฟนล๊อกอินเล่นตามปกติ**


สั่งซื้อสติ๊กเกอร์ Honda HR-V Club พร้อมหมายเลขสติ๊กเกอร์ No. ได้ที่นี่!!

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Messages - Rit Hrv "NA Style"

หน้า: [1] 2 3 ... 263
1
ถ้าแนะนำนะคับ ผมอยากให้หา obd มาใช้คับ เพื่อเทียบเคียงและสามารถดูค่าต่างๆที่เป็นข้อมูลเบื้องต้นคับ การอ่านค่าอาจจะไม่ตรง 100% ก็จริงคับ แต่สามารถช่วยให้ผู้ใช้งานตรวจเช็คกับข้อมูลเบื้องต้นได้คับ จะดีกว่าคาดการณ์เอง หรือ อาจจะถูกแนะนำจากช่างศูนย์หรือช่างอู่ไปในทิศทางที่ทำให้เราต้องเสียเงินก่อนกำหนด (คือยังใช้อุปกรณ์บางตัวไม่คุ้มค่าคับ) ถ้ากรณีแบตเสื่อมจริงๆนะคับ แนะนำให้ใช้แบตในรอบต่อๆไปแบบกึ่งแห้งคับ หรือ ที่เราๆเรียกว่าแบตแห้งแหละคับ ถ้าแบตแห้งแท้ๆแพงคับ ส่วนใหญ่จะใช้แบตกึ่งแห้งคับ ที่เราๆเรียกกันติดปากว่าแบตแบบแห้งคับ ราคาสูงกว่าแบบเติมน้ำ 200-400 จะสะดวกกว่าคับ เพราะจะมีตาแมวสามารถสังเกตุด้วยตาได้ว่า แบตเริ่มเสื่อมหรือไม่คับ
อย่างไรก็ดีคับ อุปกรณ์เสริมที่ผมได้เกรินไปคือตัว obd นั้น ไม่ต้องตัดต่อสายไฟใดๆ สามารถเสียบต่อกับช่องเสียบ obd ใต้พวงมาลัยด้านซ้ายมือได้เลยคับ และ ไม่วางเกะกะที่คอนโซนหน้ารถแนวสายซิ่งนะคับ แสงไฟจากตัวจอก็ปรับแบบ auto แสงจอไม่แยงตาเวลาขับกลางคืนด้วยคับ แบบวางเรียงเต็มหน้ารถหรือแปะติดกระจกนั้นหมดยุคแล้วคับ เกะกะสายตาเวลาขับกลางคืนคับแบบนั้น ส่วนตัวผมมองว่าควรจะมีไว้คับ ราคาก็ไม่สูงมากคับ มีตั้งแต่ราคาหลักร้อยถึงหลัก 1-2 พันคับ ตามความชอบคับ แนะนำเสริมตัวนี้ผมว่าช่วยได้คับ ในการสังเกตุในเรื่อง แบต ความร้อน และ อื่นๆ และหลายรุ่นสามารถตั้งเตือนได้คับ ดีกว่ามารอให้มันเตือนตามระบบอาจจะส่งผลเสียในระยะยาวได้คับ และ ถ้าพูดในเรื่องแบตล้วนๆนะคับ ก็ควรจะมีสายจั๊มไว้ติดรถก็ดีคับ กันเหนี่ยวคับ แต่สายต้องมีขนาดใหญ่ไว้ก่อนคับ และ ปากคลีบขั่วแบตต้องอ้าได้กว่ามากๆนะคับ อย่าใช้แบตสายขนาดเล็กคับ หรือ หัวคลีบแบตอ้าได้นิดเดียวเพราะอาจจะคลีบขั่วแบตไม่ได้คับ เป็นข้อมูลเบื้องต้นคับ
*ส่วนภาพประกอบข้อมูล รถผมเองคับ เป็นแบตกึ่งแห้งไม่ต้องเติมน้ำคับ เป็นลูกที่ 2 คับ เปลี่ยนจากลูกแรกเพราะอยากเพิ่มค่าแอมป์จากเดิมติดรถมา 45 แอมป์ (ยังใช้งานได้ปกตินะคับ แต่ต้องการเปลี่ยนเพิ่มค่าแอมป์คับ) ผมใช้เป็น 52 แอมป์คับ ไม่เกินลิมิตที่ไดชาจ์ตจะทำงานได้คับ ใช้งานแบตลูกนี้มา 3 ปีกว่าคับ ยังปกติคับ ผมใช้ลูกนี้ยี่ห้อ PUMA คับ 52 แอมป์ จะมีตาแมวไว้ให้สังเกตุว่าสีของน้ำยาภายในเริ่มเปลี่ยนสีหรือยังด้วยคับ เพื่อสะดวกในการสังเกตุว่าแบตเริ่มเสื่อมหรือไม่คับ

2
พูดคุยทั่วไป / ตรุษจีนปีหนูทอง 63
« เมื่อ: 25 ม.ค. 2020, 08:39:01 »
ขอให้ สมช ทุกท่านเฮงๆ รวยๆ
"ซินเจียยู่อี่ ซินนี่ฮั่วไช้"
"กงสีฟาไฉ" ทุกๆท่านคับ
จากเพลงนี้คับ
https://youtu.be/77LM0kdi3fE

3
ผมขอวิเคราะห์ไว้ 2 ตำแหน่งคับ คือ
*ส่วนห้องโดยสารคับ หมุดยึดแผ่นกันความร้อนใต้หน้าคอนโซนอาจหลุดคับ
*น็อตภายในพวงมาลัยของส่วนสายไฟบางตัวหลวมคับ แต่ไม่เกี่ยวกับน็อตยึดพวงมาลัยกับยอยพวงมาลัยนะคับ
แต่ถ้าไม่ใช่ทั้ง 2 กรณีนี้ก็คงจากเดี่ยวกับพวงน็อตหรือชิ้นส่วนบางตัวของระบบพวงมาลัย และ แล็กพวงมาลัยคับ วิเคราะห์ และ คาดเกาไว้เบื้องต้นประมาณนี้คับ ส่วนผู้ใช้งานก็สังเกตุอาการด้วยคับว่า การขับขี่ใช้งานจริงทั้งขับช้า 0-100 หรือ ขับเร็ว 100+++ ว่ามีอาการควบคุมอยู่หรือไม่ เสียดังขึ้นเรื่อยๆหรือไม่ สะเทือนหนักจนมือจับพวงมาลัยสั่นหรือไม่ถ้่แบบนี้จะอันตรายมากคับ ก็ลองสังเกตุด้วยคับ

4
หลังจากเก็บภาพวิวบริเวณจุดแวะพัก 1000 สุขฟาร์มเรียบร้อยก็ออกเดินทางกลับสู่ กทม. และ กลับ อยุธยาถึงที่หมายบ้านพักเวลาประมาณ 3 ทุ่มกว่าคับ จบทริปลงใต้ทะเลกระบี่ ระยะทางโดยรวมไปกลับประมาณ 2xxx กว่าโลคับ โอกาสหน้ามีออกทริปที่ใดจะมารีวิวภาพบรรยากาศตามสถานที่ท่องเที่ยวในไทยให้ชมกันคับ หรือ สมช ท่านใดสามารถตามรอยได้คับ ใช้งบไม่มากคับ สำหรับ ค่ากิน ค่าที่พัก หรือ ค่าทริปทัวร์เรือคับ จะเปลืองหน่อยก็แค่ค่าน้ำมันรถคับ แต่ส่วนตัวรับได้คับใช้งบ 3 วัน 2 คืน 8-9000 บาทคับ
hrv on the way.

5
หลังจากไหว้ขอพรหลวงปูทวดวัดห้วยมงคลเรียบร้อยก็ออกเดินทางต่อไปยัง 1000 สุขฟาร์ม ถึงเวลาประมาณ 5 โมงเย็นคับ

6
หลังจากไหว้พระขอพรเรียบร้อยก็ออกเดินทางต่อไปยังวัดห้วยมงคลถึงเวลาประมาณบ่าย 3 โมงกว่าคับ

7
บริเวณวัดมหาธาตุภักดีประกาศ สามารถมองเห็นทัศนียภาพวิวทะเลประจวบฯได้คับ สวยงามคับ

8
และออกเดินทางออกจากกระบี่ไปแวะสุราชฯ ที่วัดพระธาตุไชยา เวลาประมาณ 9:45 น. คับ และ ออกเดินทางต่อไปแวะที่ประจวบฯ ที่วัดมหาธาตุภักดีประกาศ เวลาประมาณเที่ยงกว่าๆคับ

9
รุ่งเช้าวันที่ 20/1/63 check out ออกเดินทางออกจาก hop inn เวลาประมาณ 6:30 น.คับ ไปจุดหมายแรกอยู่ไม่ไกลจากที่พักคับ ประมาณ 150 ม. คับ แวะไหว้พระวัดแก้วโกรวารามคับ เป็นวัดบ้านคับ ส่วนภาพผมขอกู้ไฟล์ถ้าได้จะมาลงอัพเดตเพิ่มเติมคับ และ เดินทางต่อไปยังจุดชมวิวเขาขนาบน้ำ มีรูปปูดำคับ

10
เวลาประมาณทุ่มกว่าๆไกด์ก็พาไปยังไฮไลน์อีกจุดคับ เพื่อชมพรายน้ำ แพลงต่อนเรืองแสงคับ ทางไกด์ได้แจ้งคับว่า ไม่ว่ากล้องถ่ายรูปจะดีขนาดไหนก็ไม่สามารถถ่ายขณะที่แพลงต่อนเรืองแสงได้คับ ต้องดูด้วยตาเท่านั้นคับ และ นักท่องเที่ยวท่านใดไม่ลงน้ำเพราะเป็นช่วงค่ำจะมืดมากทางไกด์จะตักขึ้นมาให้ชมบนเรือคับ แต่เรือจะต้องปิดไฟให้มืดทั้งหมดคับ และ ส่วนคนใดที่ลงน้ำก็ต้องสวมชุดชูชีพเพื่อความปลอดภัยคับ เพราะช่วงค่ำคลื่นลมแรงจริงคับ ผมลงน้ำคับ แต่ต้องใช้มือแกว่งในน้ำคับ จึงจะมองเห็นคับ จะเรืองแสงสีเขียวคับ คล้ายแสงบนนาฬิกาที่มีพรายน้ำตอนกลางคืนแบบนั้นคับ แต่จะเยอะมากคับยิ่งแกว่งมือในน้ำตลอดยิ่งเห็นชัดและเยอะมากคับ ใช้เวลาชมประมาณ 10-15 นาทีก็ออกเดินทางกลับยังฝั่งท่าเทียบเรืออ่าวน้ำเมาคับ เพื่อให้รถตู้นำส่งไปยังที่พักอย่างปลอดภัยคับ ถือว่าคุ้มค่ากับงบที่เสียไปกับทริปนี้คับ

11
บรรยากาศยามเย็นนั่งกินอาหารชมพระอาทิตย์ตก และ เดินไปขอพรพระนางที่มีคนศรัธทานำ ประหลัดขิกอันใหญ่มาไว้เพื่อเป็นเครื่องบูชาตามความเชื่อคับ

12
หลังจากลงเล่นน้ำเสร็จก็ออกเดินทางไปยังอ่าวพระนางคับ เพื่อแวะพักทานอาหารช่วงเย็นคับ ประมาณ 6 โมงเย็นคับ อาหารมีหลายแบบคับ ก็ถือว่าไม่น่าเกียจคับ

13
หลังจากนั้นไกด์ก็พากลุ่มทริปนี้ออกเดินทางต่อไปยังจุดน้ำลึกเพื่อให้นักท่องเที่ยวเล่นน้ำดำน้ำตามอัธยาศัยคับ ประมาณ 30 นาทีโดยประมาณคับ และ แวะตามเกาะต่างๆประมาณ 45 นาทีถึง 1 ชม. โดยประมาณคับ

14
ทะเลช่วงนี้สวยงามคับ และ อากาศไม่ร้อนเหมือนช่วงหน้าร้อนคับ

15
หลังจากเดินชมทะเลแหวกเรียบร้อยไกด์ก็พากลุ่มนักท่องเที่ยวทริปนี้ออกเดินทางต่อไปยังเกาะปอดะคับ

หน้า: [1] 2 3 ... 263