ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
สมัครสมาชิกคลับ!! | กฏกติกามารยาท | กฏระเบียบห้องซื้อขาย-ร้านค้า
ประกาศ!! แจ้งเปลี่ยนแปลงวิธีการโพสตั้งกระทู้ใหม่
**ท่านใดพบปัญหาการสมัครสมาชิกด้วยสมาร์ทโฟน แนะนำให้สมัครสมาชิกโดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ก่อน จากนั้นค่อยใช้สมาร์ทโฟนล๊อกอินเล่นตามปกติ**


สั่งซื้อสติ๊กเกอร์ Honda HR-V Club พร้อมหมายเลขสติ๊กเกอร์ No. ได้ที่นี่!!

แสดงกระทู้

This section allows you to view all posts made by this member. Note that you can only see posts made in areas you currently have access to.


Topics - Honda HR-V

หน้า: [1] 2 3 ... 8
5
แจ้งร้านเครื่องเสียงทุกร้านทราบ!! ห้องนี้เป็นห้องพูดคุย ไม่ใช่ห้องซื้อขาย

ทางคลับได้จัดพื้นที่ห้องซื้อขายเอาไว้ให้ใช้บริการกันได้ฟรีอยู่แล้ว โปรดใช้พื้นที่ให้ถูกต้องถามวัตถุประสงค์ด้วยครับ

พบเห็นร้านใดโพสตั้งกระทู้ แนะนำสินค้า-บริการ ในห้องนี้ ขออนุญาติลบโพสทันทีโดยไม่มีการแจ้งเตือน

อนุโลมให้โพส DIY เทคนิคต่างๆได้ตามปกติ
รวมถึงโพสถามตอบสมาชิกต่างๆ โดยห้ามทำการพาดพิงใดๆ

หลังสงกรานต์ ทางทีมงานจะเริ่มทำการทยอยลบโพสต่างๆของทางกลุ่มร้านค้า ที่เห็นว่าเป็นการโปรโมทรีวิวสินค้าหรือบริการของท่านร้านค้าออกจากห้องนี้ กระทู้ใดที่เป็นการแนะนำ เทคนิคการใช้งาน(อุปกรณ์เดิม) หรือเป็นการ DIY ด้วยตนเอง โปรดแก้ไขหัวข้อกระทู้ให้ชัดเจน เพื่อที่ทางทีมงานจะได้เข้าไปตรวจสอบและไม่ลบหัวข้อดังกล่าวออกจากห้องครับ

ขอความร่วมมือร้านค้าและสมาชิกทุกท่านด้วยครับ
ขอบคุณครับ

8
เปิดแล้ว CarClubThailand MarketStreet พื้นที่มิตติ้งและตลาดนัดของแต่งรถ-อุปกรณ์ประดับยนต์ ครบวงจร

Car Club Thailand Market Street จุดนัดพบของคนรักรถ เป็นอีกหนึ่งโครงการในเครือเว็บไซต์ของ Car Club Thailand ซึ่งเล็งเห็นถึงปัญหาของกลุ่มคลับรถยนต์ต่างๆ เวลาไปรวมตัวจัดมิตติ้งตามสถานที่ต่างๆ แล้วมักจะพบกับปัญหา โดนไล่ที่ ปิดไฟไล่ ไม่มีห้องน้ำ ไฟฟ้า ไม่สามารถใช้เสียงได้ ซึ่งเราเองก็เจอปัญหาเหล่านี้กันมาโดยตลอด จึงได้จัดทำโครงการนี้ขึ้น เพื่อให้เป็นจุดศูนย์รวมของคนรักรถ และกลุ่มคาร์คลับต่างๆในประเทศไทย ได้มาใช้สถานที่แห่งนี้ในการจัดกิจกรรมกันได้แบบครบวงจร โดยไม่มีค่าใช้จ่าย (ตามเงื่อนไขการขอใช้สถานที่) อีกทั้งยังมีโซนตลาดนัดสำหรับให้กลุ่มร้านค้าประดับยนต์ มาเปิดท้ายขายสินค้าประดับยนต์กันได้อีกด้วย


รายละเอียดโครงการ
Car Club Thailand Market Street เป็นตึกอาคารจอดรถ อยู่ตรงสถานีรถไฟฟ้า A-Link รามคำแหง ทางเข้าอยู่ข้างตึก UM Tower มีทั้งหมด 6 ชั้น รวมดาดฟ้า
โดยชั้น 1-2 จะเป็นโซนตลาดนัดเปิดท้ายขายของ ชั้น 3-4-5 เป็นโซนที่จอดรถ และสามารถใช้เป็นสถานที่รวมตัวจัดมิตติ้งกันเองได้ โดยไม่ต้องจองคิว (ภายใต้ข้อกำหนด) ส่วนพื้นที่ดาดฟ้า จะเป็นพื้นที่มิตติ้งสำเร็จรูป (ต้องจองคิว)

สถานที่ : ตึกจอดรถ A-Link รามคำแหง (ข้างตึก UM)
เปิดให้บริการ : ทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 10.00-23.00น.


พื้นที่จัดมิตติ้ง
- ชั้น 3-4-5 เป็นโซนที่จอดรถและมิตติ้งทั่วไป รองรับชั้นละ 50 ช่องจอด มาจอดรถรวมตัวกันเองได้เลย ไม่ต้องจองคิว (ภายใต้ข้อกำหนด เช่นห้ามเบิ้ลเครื่อง หรือส่งเสียงดัง เนื่องจากรอบข้างเป็นชุมชน)
- ชั้นดาดฟ้า เป็นพื้นที่จัดมิตติ้งสำเร็จรูป สามารถใช้เสียง-เครื่องเสียงได้ ต้องทำการจองคิว โดยรับขั้นต่ำที่ 40 คันขึ้นไป สูงสุด 70 คัน (ฟรี ตามเงื่อนไข)

จองคิว Meeting ดาดฟ้า โทร : 081-133-5581
Line : @CarClubThailand
https://line.me/R/ti/p/%40carclubthailand


พื้นที่ตลาดนัด-ของตกแต่งรถ-ประดับยนต์
พื้นที่ขายสินค้าอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์แห่งใหม่ อยู่ในอาคารจอดรถ ชั้น 1-2 ของโครงการ Car Club Thailand Market Street ไปมาสะดวกไม่ว่าจะนั่งรถไฟฟ้าลงสถานีแอร์พอร์ตลิ้งค์ รามคำแหง ก็ถึงเลย  ทางด่วนก็ลงได้ทั้งพระราม9 และคลองตัน เรือก็มีท่าเรือคลองแสนแสบ รถไฟรางธรรมดาก็ถึงทางเข้าเลย หรือหากต้องการเปิดร้านถาวร ก็มีพื้นที่ไว้รองรับเช่นกัน

พื้นที่ ตลาดนัด โทร : 081-133-5581
Line : @CarClubThailand
https://line.me/R/ti/p/%40carclubthailand

11
ทดสอบยาง Michelin Primacy SUV อัดแน่นด้วยเทคโนโลยี ของดีที่ต้องลอง

<a href="http://www.youtube.com/watch?v=UoCNrDAQqUk" target="_blank">http://www.youtube.com/watch?v=UoCNrDAQqUk</a>



     เมื่อวันที่ 10-11 ตุลาคม 2558 ที่ผ่านมา ทางทีมงาน CAR CLUB THAILAND ได้รับเชิญจากทางมิชลินประเทศไทย ให้ไปร่วมทดสอบยางรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุด Michelin Primacy SUV ร่วมกับคณะทดสอบ จากเว็บบล็อกสายยานยนต์ และเว็บคาร์คลับต่างๆ กันไกลถึง แรนโชชาญวี เขาใหญ่ ซึ่งมีทั้งการทดสอบบนเส้นทางถนนจริง กึ่งออฟโรด ทดสอบบนถนนเปียก ถนนแห้ง ซึ่งทำให้ผู้เข้าร่วมทดสอบ ได้สัมผัสถึงเทคโนโลยีและประสิทธิ์ภาพของยางกันได้อย่างเต็มที่ ส่วนการทดสอบจะมีอะไรบ้าง ลองไปติดตามอ่านกันได้เลยครับ




สถานีที่ 1 ทดสอบแบบการใช้งานจริง เส้นทาง แรนโชชาญวี - เขายายเที่ยง
     กลุ่มของเราได้ถูกเลือกให้ทดสอบการขับขี่บนถนนจริงในกิจกรรมแรลลี่ช่วงเช้า โดยหลังจากฟังบรรยายแล้วเจ้าหน้าที่แจ้งหมายเลขรถที่จะใช้ทำการทดสอบ ซึ่งขาขึ้นเราได้รับเลือกให้ขับรถ Lexus NX300h สีแดงสด พอตรวจเช็คความพร้อมต่างๆเรียบร้อยก็เริ่มออกเดินทางจากแรนโชชาญวี เข้าสู่ถนนมิตรภาพ ขับเป็นขบวนตามๆกัน



   

ในย่านความเร็วต่ำ-ปานกลาง กับถนนหลวง ที่ Michelin Primacy SUV โฆษณาไว้ว่าเป็น "ขนม" นั้นก็ขนมสมดังคำโฆษณา กล่าวคือเสียงของหน้ายางที่บดกับพื้นสะท้อนเข้ามาในตัวรถน้อยมาก แต่ยังพอรับรู้ได้ถึงเสียงกระด้างเล็กน้อย เพราะรถที่เราขับเป็นรถ Hybrid เสียงเครื่องยนต์กลไกต่างๆจึงเงียบและเบามากๆ ทำให้พอจะรับรู้เสียงต่างๆบนพื้นมากกว่ารถทั่วไป ช่วงขับผ่านรอยต่อของคอนกรีตนั้นเก็บเสียงได้เนียน ไม่มีอาการสะท้อนขึ้นมาถึงพวงมาลัยหรือเบาะที่นั่งแต่ย่างใด มีเพียงเสียง "กรึบ" ที่ผ่านเข้าหูอย่างแผ่วเบา พอหมดช่วงถนนคอนกรีต เราได้พาเจ้า NX300h เข้าสู่ถนนที่เริ่มโหดขึ้น ลักษณะถนนเป็นแบบ Trail หรือที่เรียกว่า "เคยเป็นคอนกรีตมาก่อน" นั่นเอง แต่เป็นคอนกรีตที่แตกยับและเป็นทางที่เริ่มจะลาดชันขึ้นเรื่อยๆ จนถึงถนนแบบ "ออฟโรด" ที่เป็นดินผสมลูกรังล้วนๆ การผสมผสานระหว่างเทคโนโลยี EvenPeak , Fleximax 2.0 , StabiliGrip ของมิชลินนั้นช่วยให้หน้ายางสัมผัสผิวถนนตลอดเวลาและยังคงรักษารูปทรง ของดอกยางไว้ตลอดทำให้การขับขี่นั้นยังคงผ่านไปได้ด้วยดี ทั้งเรื่องของการควบคุมพวงมาลัย เลี้ยวเท่าไหร่ไปเท่านั้น การลดความเร็ว หรือแม้แต่การเบรกแบบจอดสนิทนั้นแม่นยำ ไม่ต่างจากพื้นเรียบปกติ ไม่มีอาการ  slip หรือ ลื่นไถลให้เห็น



   

ขากลับเราได้ทำการสับเปลี่ยนรถมาเป็น all new Fortuner 2015 อาการของของหน้ายางที่รับรู้ได้ด้วยพวงมาลัยและเบาะที่ช่วงก้นที่นั่งทับอยู่ก็คงเป็นไปในทางเดียวกันคือ เงียบ และ ควบคุมสั่งได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบนถนนมิตรภาพขากลับซึ่งเป็นถนนคอนกรีตลาดยาง ที่ช่วงความเร็ว 100-120 กม./ชม  เสียงคำรามของเครื่องยนต์ดีเซลล์ 2.4 ลิตรนั้นพูดได้เลยว่ากลบเสียงยางซะมิดชิดราวกับว่าไม่มีล้อเลยทีเดียว !!





สถานีที่ 2 Wet Safety Station
     ช่วงบ่าย กลุ่มของเราได้ มาลุยกันต่อที่สนามเปียก หรือ Wet Safety Station การทดสอบทางมิชลินได้เตรียมรถเหมือนๆกันไว้ 2 คัน เป็นรถ CR-V Gen4 คันหนึ่งใส่ยาง Michelin Primacy SUV ส่วนอีกคันจะใส่ยางคู่แข่งชั้นนำ



   

   

โดยสิ่งที่จะทำการทดสอบหลักๆในสนามเปียกแห่งนี้มี 2 อย่างคือ ระยะเบรก และ ความเร็วสูงสุดก่อนจะหลุดโค้ง รถทั้ง 2 คันติดตั้งอุปกรณ์ไฮเทคล้ำสมัยสำหรับไว้บันทึกค่าต่างๆ ซึ่งวัดได้ทั้ง ระยะเบรก และ แรงเหวี่ยงหนีศูนย์กลางในแกนนอน ความเร็วของรถ หลังฟังบรรยายจบ จนท.จะเรียกไปทดสอบรถ รอบแรกจะมี instructor ขับให้ดูก่อนหนึ่งรอบพร้อมแนะนำการขับในสถานี วิธีการทดสอบก็ไม่มีอะไรมาก จุดแรกวัดระยะเบรก โดยให้เรากดคันเร่งให้รถมีความเร็ว ประมาณ 85กม./ชม ยกคันเร่งออก รอให้ถึงจุดที่มีน้ำขังซึ่งจะมีแนวลวดสลิงขึงไว้ที่พื้น 1 เส้นให้เราได้ยินเสียง "ตึก ตึก" 2 ที หลังจากตึกที่ 2 นั้นแปลว่าล้อทั้ง 4 เข้ามาอยู่ในโซนเปียกน้ำแล้ว ให้ทำการ "กระทืบ" เบรกให้สุดในจังหวะเดียวจนรถหยุดนิ่งแล้วดูตัวเลข ส่วนจุดที่ 2 นั้นให้ขับรอบวงเวียนไปบนพื้นที่เปียกน้ำ ค่อยกดคันเร่งเพิ่มความเร็วขึ้นเรื่อยๆจนกว่าจะถึงจุดที่รถเกิดอาการควบคุมไม่ได้ จึงยกคันเร่งออกเครื่องมือจะแสดงค่า 2 ตัว คือ ความเร็วสูงสุดกับแรงหนีศูนย์กลางที่สูงที่สุดก่อนที่จะยกค้นเร่ง ทำการทดสอบ 2 รอบ (Michelin Primacy SUV 1 รอบ และ ยางคู่แข่ง 1 รอบ) นำค่าที่วัดได้มาเปรียบเทียบกัน ผลการทดสอบ สรุปตัวเลขการทดสอบได้ดังตาราง



การเบรกกะทันหันบนพื้นเปียก ถึงแม้ยางทั้ง 2 ตัวที่ทดสอบจะสามารถหยุดรถได้อย่างปลอดภัยทั้งคู่ แต่ยาง Michelin Primacy SUV นอกจากจะทำระยะได้สั้นกว่าประมาณ 3 เมตรแล้ว ยังไม่มีอาการสไลด์ออกข้างให้เห็น ต่างจากยางคู่แข่งซึ่งจะมีการสไลด์ออกข้างนิดๆก่อนรถจะหยุดนิ่ง ส่วนการเข้าโค้งด้วยความเร็วบนพื้นเปียก รอบแรกเราได้ทดสอบรถคันที่ใส่ยางคู่แข่งพบว่าความเร็วเพียง 30กม./ชม ปลายๆนั้น รถเริ่มมีอาการหลุดโค้ง หรือ Understeering คือหน้าดื้อเลี้ยวไม่เข้าและแถออกด้านนอกจนต้องยกคันเร่ง พอสลับมาทดสอบรถคันที่ใช้ยาง Michelin Primacy SUV นั้นกลับสามารถทำความเร็วได้ถึง 40กม./ชม กลางๆ รถถึงจะมีอาการท้ายออก หรือ Oversteering ซึ่งจุดนี้ผู้ทดสอบพอจะสรุปได้อย่างชัดเจนว่า Michelin Primacy SUV นั้นมีความปลอดภัยในการขับขี่บนถนนเปียกสูงกว่าคู่แข่งพอสมควร ระยะเบรกที่สั้นกว่า 3 เมตรนั้นเรียกได้ว่าห่างถึงเกือบช่วง 1 คันรถ และอาการที่เกิดกับการเข้าโค้งด้วยความเร็วบนถนนเปียก นอกจาก Michelin Primacy SUV จะรองรับความเร็วได้สูงกว่าแล้วในชีวิตจริงหากรถเกิดอาการมุดโค้ง หรือ Oversteering ขณะขับขี่นั้นยังสามารถควบคุมรถและแก้อาการได้ง่ายกว่าอาการแหกโค้ง หรือ Understeering


สถานีที่ 3 Dry Safety / Comfort Station
     มาถึงสนามทดสอบสุดท้ายแล้วจากชื่อสถานีแปลตรงๆ ก็คือสถานีทดสอบความปลอดภัยบนถนนแห้ง/ทดสอบความนุ่มเงียบ ซึ่งมันเกือบจะไม่แห้งและเกือบจะได้สนามเปียกเพิ่มอีกสนาม เนื่องจากฝนตั้งเค้ามามืดและมีฝนเริ่มลงที่ปลายรันเวย์และบนภูเขาไกลๆ เห็นอย่างนี้แล้ว Instructor ประจำสถานีไม่รอช้า บรีฟอย่างสั้นที่สุดเพื่อให้ทุกคนได้ทดสอบสนามแห้งที่มันยังแห้งอยู่ ในสถานีนี้แยกย่อยเป็น 2 ส่วน คือ ส่วน comfort สำหรับฟังเสียง และจับฟิลลิ่งของฟีดแบคจากพื้นถนนคอนกรีตลาดยาง และเสียงของรอยต่อถนน ไม่มีการจับค่าวัดตัวเลขใดๆ (อารมณ์ล้วนๆ) เริ่มต้นด้วยการขับเจ้า Subaru Forester ไปตามแทรค กดคันเร่งให้สุดจนได้ความเร็วที่ต้องการ Instructor จะสั่งให้ยกคันเร่ง เข้าเกียร์ N และปิดแอร์ ให้รถเงียบที่สุดเพื่อให้ผู้ทดสอบ จับเสียงและฟีดแบคต่างๆของพื้นถนนที่สะเทือนมาถึงช่วงก้นและมือเป็นระยะเวลา ประมาณ 3-4 วินาที ก่อนจะยูเทิร์นกลับมาที่อีกข้างของแทรค ทำเหมือนเดิมแต่ที่เพิ่มเติมเข้ามาคือสลิงที่ขึงยึดไว้ที่พื้น 5 เส้น จำลองร่องรอยต่อคอนกรีตบนถนน แล้วกลับมาเปลี่ยนรถ ส่วนอีกฟากหนึ่ง เป็นส่วนของการทดสอบ Dry Safety เรากลับมาเจอ CR-V Gen4 อีกครั้ง



   

การทดสอบคราวนี้ยากและโหดกว่าเดิม เริ่มจากขับ slalom ที่ความเร็ว 55 กม./ชม หักหลบสิ่งกีดขวางแบบกะทันหัน และเลี้ยวเป็นวงกลมด้วยความเร็วสูง ปิดท้ายด้วยการวัดระยะเบรกบนถนนแห้ง (ใช้เครื่องจับเหมือนสนามเปียก) ทั้ง 2 สนามย่อยใช้รถ 2 คัน คันหนึ่งใช้ยาง Michelin Primacy SUV ส่วนอีกคันใช้ยางคู่แข่งเจ้าเดิม

ผลการทดสอบ
ในส่วนของสนาม comfort คงจะไม่ต้องบรรยายอะไรเยอะแล้วถึงเทคโนโลยีของทางมิชลินที่ช่วยเรื่องการเก็บเสียงของพื้นถนนว่าทำได้ดีขนาดไหน ที่จะเสริมขึ้นมาคือการใช้รถ Subaru Forester 2 คันเปรียบเทียบยาง 2 ยี่ห้อนั้นยิ่งทำให้ผู้ทดสอบเห็นชัดเจนว่าสุดท้ายแล้วเรื่องความนุ่มเงียบก็ยังไม่มีเจ้าไหนในตลาดเอาชนะมิชลินในเรื่องนี้ได้เลยจริงๆ !!
 
ถัดมาในสนาม Dry Safety ตั้งแต่ Slalom 5ครั้งติดต่อ และหักเลี้ยวหลบสิ่งกีดขวางแบบกะทันหัน จบด้วยการสาดเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง ยางทั้ง 2 ยี่ห้อนั้นพาผู้ขับขี่ออกมาจากสถานะการณ์คับขันได้อย่างปลอดภัยทั้งคู่ แต่สิ่งที่แตกต่างกันชัดเจนก็คือ ความแม่นยำของพวงมาลัย Michelin Primacy SUV นั้นจิกเข้าโค้งได้คมและแม่นยำกว่า โดยไม่มีอาการเหวอ หรือหักไปแล้วต้องคอยแต่งเพิ่มแต่อย่างใด รวมไปถึงระยะเบรกที่สั้นกว่า 1เมตรเศษๆ ตามที่แสดงในตาราง


บทสรุป
     "สมราคาคุย" ใช้คำนี้คงจะไม่เกินไป สำหรับ Michelin Primacy SUV เทคโนโลยีที่ต่อยอดมาจากสุดยอดยางรถยนต์นั่งอย่าง Michelin Primacy 3ST คงไว้ซึ่งความนุ่มเงียบซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของมิชลิน แต่เพิ่มเติมประสิทธิภาพให้เหมาะสมกับรถขนาดใหญ่ขึ้น เครื่องแรงขึ้นอย่างรถ SUV ได้อย่างเหมาะสมและลงตัว เพราะได้ผสมผสานเทคโนโลยี EvenPeak , FlexiMax 2.0 , StabiliGrip และ CushionGuard ที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยทั้งบนถนนแห้งและเปียก ลดเสียงรบกวน และช่วยเพิ่มอายุการใช้งานดังที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น ถึงแม้เรื่อง "อายุการใช้งาน" ผู้ทดสอบจะไม่สามารถทดสอบและสรุปให้เห็นได้ภายในการทดสอบเพียงวันเดียวก็ตาม ซึ่งในส่วนนี้อาจจะต้องคอยตามดูกันต่อไปสำหรับยางใหม่ล่าสุดจากมิชลินตัวนี้

งานนี้ Michelin จัด event ได้ประทับผู้เข้าร่วมงานทุกคน ทั้งบรรยากาศที่พัก อาหาร ไทม์ไลน์ของกิจกรรม รวมไปถึงสถานีทดสอบที่เรียกได้ว่าเค้นประสิทธิภาพของยางกันออกมาให้เห็นกันแบบสุดๆ เปรียบเทียบกับคู่แข่งแบบหมัดต่อหมัด ซึ่งยางคู่แข่งที่ทางมิชลินเตรียมมาให้ทดสอบนั้น ไม่ใช่ยางจีนหรือยางโนเนมราคาถูก แต่กลับเป็นยางระดับ "ไฮ-เอนด์" ตัวท๊อปๆจากคู่แข่งชั้นนำในตลาดอีกด้วย

สุดท้ายนี้ทางทีมงาน Car Club Thailand ต้องขอขอบคุณทางมิชลินตลอดจนผู้เกี่ยวข้องในกิจกรรมครั้งนี้ทุกๆท่าน และหากมีข้อมูลผิดพลาดประการใด ก็ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ


Pongpat Leudechanat
ผู้ทดสอบ / ผู้เขียนบทความ

Tanavin  Ngamloedwari
Thitiphan Chuenchom
ผู้ทดสอบ


   

   

   

   

หน้า: [1] 2 3 ... 8