ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
สมัครสมาชิกคลับ!! | กฏกติกามารยาท | กฏระเบียบห้องซื้อขาย-ร้านค้า
ประกาศ!! แจ้งเปลี่ยนแปลงวิธีการโพสตั้งกระทู้ใหม่
**ท่านใดพบปัญหาการสมัครสมาชิกด้วยสมาร์ทโฟน แนะนำให้สมัครสมาชิกโดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ก่อน จากนั้นค่อยใช้สมาร์ทโฟนล๊อกอินเล่นตามปกติ**


สั่งซื้อสติ๊กเกอร์ Honda HR-V Club พร้อมหมายเลขสติ๊กเกอร์ No. ได้ที่นี่!!

ผู้เขียน หัวข้อ: สอบถามท่านใดเคยขับ HRV ขึ้นเขาชันๆขึ้นและลงต้องใช้เกียร์และเทคนิกอย่างไร  (อ่าน 620 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ Chaowchai

  • สมาชิก 10 ไมล์
  • **
  • สมาชิก ID: 19329
  • กระทู้: 11
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: Chantaburi
  • ชื่อเล่น: Chaowchai
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม

เผื่อไว้เป็นแนวทางนะคับ ก่อนอื่น เริ่มด้วยปัจจัยของเกียร์ และ เครื่องยนต์ก่อนนะคับ
*ของเหลวพร้อมกรณีออกทริป เดินทางไกลคับ เช่น นมค นมก เพื่อความสดใหม่จะดีมากคับ เพาะถ้ากรณีขับทางไกล หรือ ใช้ขับขึ้นที่ลาดชัน เช่น ขึ้นดอย ลงดอย จะใช้รอบสูงมากในความเร็วต่ำ อุณหภูมิของตัวของเหลวจะสูงขึ้นมากอาจจะส่งผลในด้านสมถรรนะได้คับ เช่น
*นมค จะทำให้เครื่องยนต์ทำงานได้เต็มที่ไหลลื่นขึ้น เครื่องยนต์ทำงานไม่หนักมากคับ
*นมก จะทำให้ระบบชุดเกียร์ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ ส่งกำลังแรงบิด และ แรงม้าได้ดีขึ้นคับ และ เสริมด้วยตัวน้ำมันเชื้อเพลิงก็มีผลคับ
*ในส่วนการขับขี่ขึ้นลงดอย หรือ ที่ลาดชัน กรณีเกียร์ auto หรือ cvt นะคับ ตามความถนัดนะคับ
*การขับขึ้นดอย หรือ ลาดชันในทางขึ้น ก็ใช้เกียร์ D ปกติคับ แต่ถ้าเจอจังหวะที่มีรถช้าอยู่ข้างหน้า และ ขับช้าเช่นกัน ควรทิ้งระยะสักหน่อยคับ 2-3 คันรถคับ เพื่อให้รถเราเองมีจังหวะเร่งส่งเพื่อเรียกแรงบิดในทางที่ชันมากๆคับ หรือ กรณีใช้เกียร์ D แต่รถไต่ขึ้นได้ช้า ถึงช้ามาก เพาะทางลาดชันมาก แรงบิดในเกียร์ D ในเกียร์ต่ำ ถ้ารู้สึกว่ารถไม่มีกำลัง ก็สามารถใช้แป้นเกียร์ shift ลดเกียร์ช่วย หรือ สับคันเกียร์มาที่เกียร์ S ได้เลยคับ เพื่อให้ระบบชุดเกียร์เรียกรอบ เรียกแรงบิดได้มากกว่าเกียร์ D คับ แล้วพอผ่านจุดที่ลาดชันนั้นๆได้แล้ว ก็สับคันเกียร์มาที่เกียร์ D ตามปกติได้เลยคับ (ไม่จำเป็นต้องเหยียบเบรคในการเปลี่ยนเกียร์จาก D ไป S หรือ S ไป D นะคับ)
และ ถ้าทางขึ้นมีอากาศภายนอกที่เย็นสบายไม่มีฝน หรือ แดดร้อน ก็สามารถปิดแอร์เปิดกระจกชมวิวชิวๆได้คับ หรือ เปิดแอร์ปิดระบบ AC ก็ได้คับ กรณีอากาศภายนอกรถมีอากาศเย็นสบายนะคับ เพื่อไม่ให้ดึงกำลังของเครื่องยนต์ได้ด้วยนะคับ
*การขับลงดอยในทางลาดชันทางลง ก็ใช้เกียร์ D ปกติคับ แต่ถ้ามีรถคันหน้าก็ควรทิ้งระยะ 3-5 คันรถคับ เพื่อให้เรามีระยะในการเบรคคับ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอาการเฟรดของการเลียเบรค ก็จะส่งผลทำให้เกิดอาการที่เรียกกันคุ้นปากว่า ผ้าเบรคไหม้ได้คับ
และ กรณีทางลงลาดชันมาก และ เรารู้สึกได้ว่ารถไหลลงเร็วมากก็สามารถใช้แป้น shift ลดเกียร์มาที่เกียร์ต่ำได้ เช่น เกียร์ 1 หรือ 2 คับ (กรณีรถเยอะมากขับตามกันมาก็ใช้เกียร์ 1 คับ แต่ถ้ามีเป็นระยะก็ใช้เกียร์ 2 คับ) หรือ ถ้าถนัดแล้ว ก็สามารถสับคันเกียร์มาที่เกียร์ S แล้วเล่นเกียร์ที่แป้น shift ก็ได้คับ แต่ถ้าไม่ถนัดต้องคุ้มพวงมาลัยสองมือก็ใช้ลดเพิ่มเกียร์จากแป้น shift เอาก็ได้เลยคับ และ กรณีถ้าปิดแอร์ หรือ ปิดระบบ AC จากตอนขาขึ้นก็เปิดระบบให้คอมแอร์ AC ทำงานปกติได้เลยคับ เพื่อช่วยดึง หรือ ฉุดกำลังเครื่องยนต์ให้หน่วงๆได้คับ ที่ทราบกันดีคับ
เป็นข้อมูลจากการใช้งานจิงของผมเองนะคับ ตามความถนัดเป็นหลักนะคับ
ส่วนตัวผมเองก็ออกทริปทางเหนือทุกสิ้นปีคับ เช่น ปางอุ๋ง ดอยแม่สลอง ดอยอ่างขาง ดอยสุเทพ ภูทับเบิก ภูชี้ฟ้า เส้นทางแม่ฮ่องสอน แม่สอด ปาย เส้นทางน่าน พิษณุโลก เป็นต้น ก็ใช้แนวทางนี้ในการขับขี่คับ ก็เผื่อไว้เป็นแนวทางนะคับ สำคัญที่สุดคับ คนพร้อม รถพร้อมนะคับ เช็คความพร้อมด้วยนะคับ และ ขอให้เดินทางในช่วงเทศกาลอย่างปลอดภัยทุกเส้นทางทุกท่านคับ  :emo_051: :emo_051: :emo_051:

ตามคุณ Rit Hrv เลยครับ ประมาณนั้น
แต่อยากเน้นอีกข้อนะครับในช่วงขาขึ้นเขา ถ้าเป็นไปได้หากท่านใดใช้โหมด ECON อยู่ ก็ปลดออก/ไม่ใช้ ECON ก็จะดีนะครับ


สั่งซื้อสติ๊กเกอร์ Honda HR-V Club พร้อมหมายเลขสติ๊กเกอร์ No. ได้ที่นี่!!

ออฟไลน์ Deviloui

  • สมาชิก 100 ไมล์
  • ******
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 18881
  • กระทู้: 181
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพ
  • ชื่อเล่น: อุ๋ย
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
 :emo_051:ขอบคุณทุกความเห็นครับ :emo_051:

Tags: