ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
สมัครสมาชิกคลับ!! | กฏกติกามารยาท | กฏระเบียบห้องซื้อขาย-ร้านค้า
ประกาศ!! แจ้งเปลี่ยนแปลงวิธีการโพสตั้งกระทู้ใหม่
**ท่านใดพบปัญหาการสมัครสมาชิกด้วยสมาร์ทโฟน แนะนำให้สมัครสมาชิกโดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ก่อน จากนั้นค่อยใช้สมาร์ทโฟนล๊อกอินเล่นตามปกติ**


สั่งซื้อสติ๊กเกอร์ Honda HR-V Club พร้อมหมายเลขสติ๊กเกอร์ No. ได้ที่นี่!!

ผู้เขียน หัวข้อ: โช้คอัพเสริมสมถรรนะช่วงล่างเพิ่มจากที่มี rigid+ชุดค้ำเพิ่มเติมคือ kyb new sr  (อ่าน 16742 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออนไลน์ Rit Hrv "NA Style"

  • สมาชิก 3000 ไมล์
  • ************
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 15858
  • กระทู้: 3909
  • พลังน้ำใจ : 38
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพ/อยุธยา
  • ชื่อเล่น: *Rit-Hrv na style*
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม

ใช้ดีเราบอกต่อคับ  :emo_051: :emo_051: :emo_051:


สั่งซื้อสติ๊กเกอร์ Honda HR-V Club พร้อมหมายเลขสติ๊กเกอร์ No. ได้ที่นี่!!

ออนไลน์ Rit Hrv "NA Style"

  • สมาชิก 3000 ไมล์
  • ************
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 15858
  • กระทู้: 3909
  • พลังน้ำใจ : 38
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพ/อยุธยา
  • ชื่อเล่น: *Rit-Hrv na style*
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
หลังจากเสริม new sr มาเพิ่มเติม นอกเหนือจาก ชุดค้ำ tsuyoi และ บูช rigid colar ออกทริปขึ้นเหนือ ช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา สมถรรนะ ดีขึ้นกว่าโช้คเดิมพอสมควรคับ ถึงขั้นดีเลยคับ เล่นโค้งขุนตาล แบบไม่เบรค ที่ 100-120 ได้สบายคับ แต่ยืนพื้น เล่นโค้งที่ 110 คับ ถือว่าคุ้มสมราคาคับ
ทริปเหนือรอบบนี้ ออกเดินทางจากยุดยา วันที่ 30/12/61 ต่อเช้า 31/12/62 ประมาณตี 1 กว่า คับ ถึง ตำบลสุเทพ ก่อนขึ้นดอยสุเทพ 7:45 น. รวมแวะพักพา สุนัข้ดินเล่นในปั๊ม และ เติมน้ำมัน ยืดเส้นยืดสายคับ ใช้ความเร็วที่ 130-150 ยืนพื้นเป็นมาตราฐานที่ 140 คับ
ส่วนข้อมูลอื่นๆ เช่น อุปกรณ์เสริมต่างๆ เน้นใช้งานจิงเป็นหลัก และ ราคาจับต้องได้ อยู่ในหัวข้อหลัก ห้องแต่งรถนะคับ เผื่อท่านใดสนใจคับ หรือ มีข้อมูลดีๆมาแชร์ลง เสริมไว้ได้เลยคับ ยินดีคับ
อะไรใช้ดีผมบอกต่อคับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 18 ก.พ. 2019, 14:11:29 โดย Rit Hrv "NA Style" »

ออนไลน์ Rit Hrv "NA Style"

  • สมาชิก 3000 ไมล์
  • ************
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 15858
  • กระทู้: 3909
  • พลังน้ำใจ : 38
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพ/อยุธยา
  • ชื่อเล่น: *Rit-Hrv na style*
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
ใช้ดีเราบอกต่อคับ สมช. ใน club hrv จัดไปคับ รับลองว่าคุ้มสมราคาคับ
*ส่วนการโยนตัวมีบ้าง มันเป็นเรื่องปกติของรถยกสูงนะคับ เพราะยังใช้ โช้คขนาดเดิม และ ชุดสปริงเดิมอยู่คับ แต่จังหวะยืดยุบตัวชุดโช้คจะทำงานได้ดีกว่าเดิมแน่นอนคับ จังหวะยุบตัวไวขึ้น จังหวะยืดคืนตัวไวขึ้น ทำให้ ควบคุมพวงมาลัยได้ดีกว่าเดิมแน่นอนคับ รถไม่เสียอาการ หรือ แถด้วยคับและ ใช้ความเร็วหลุด 100++ คนนั่งหลัง หลับสบายคับ ไม่ต้องกังวนว่า จะเด้ง ร่อน ยวบ กระด้าง หรือ เวียนหัวคับ เพราะความสูงช่วงล่างยังคงเท่าเดิมคับ
*แนะนำให้ใช้กับสปริงเดิมนะคับ เพื่อถนอมให้ชุดโช้คทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และ อายุการใช้งานที่ยาวนานตามสารันตีคับ
*ส่วนการใช้จิง กรณีเจอ ระนาด หลังเต่า หลุม ทางขรุขระ หลีกเลี่ยงได้ก็ควรหลีกคับ ถ้าหลีกไม่ได้ควรใช้ความเร็วต่ำนะคับ ถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้คับ จะช่วยถนอมชุดโช้คไปในตัวคับ
*ไม่ว่าจะเป็นโช้คเทพขนาดไหน ถ้าใช้งานไม่ถนอม ก็กลับบ้านเก่าไวแน่นอนคับ ต่อให้ชึดโช่คแต่ง จะมีความทนทาน แข็งแรงกว่าชุดโช้คเดิมก็ตามคับ
*ส่วนในข้อมูลที่แจ้งว่า สามารถใส่กับสปริงโหลดได้ไม่เกิน 30 มม. นั้นสำหรับรถที่วิ่งน้อย เน้นใช้ในเมืองคับ ถ้ารถใช้งาน ออก ตจว ออกทริป หรือ ต้องมีการขน บรรทุกบ้าง มี สมช. ในครอบครัวโดยสารบ่อยๆ แนะนำใส่กับสปริงเดิมดีที่สุดคับ
*จากการใช้งานจิง เหนือ ใต้ กลาง อีสาน ออก ตก ลุยมาพอสมควรคับ ส่วนล่าสุดที่วิ่งทางไกลออกทริป ลุยดอยมาช่วงปีใหม่ สามารถเล่นโค้ง ช่วงเข้าด่านขุนตาลได้สบายคับ ใช้ความเร็ว 100-120 ไม่ต้องเบรคได้สบายคับ กรณี รถไม่มีนะคับ ถ้าท่านใดไปเชียงใหม่ต้องผ่านเส้นนี้แน่นอนคับ
ใช้ดีบอกต่อคับ hrv on the way
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 26 ก.พ. 2019, 14:09:15 โดย Rit Hrv "NA Style" »

ออนไลน์ Rit Hrv "NA Style"

  • สมาชิก 3000 ไมล์
  • ************
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 15858
  • กระทู้: 3909
  • พลังน้ำใจ : 38
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพ/อยุธยา
  • ชื่อเล่น: *Rit-Hrv na style*
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
อัพเดตข้อมูลหลังจากเสริมโช๊ค new sr มาครบ 1 ปี 5 เดือน เน้นวิ่งทางไกลเป็นหลัก ไมล์ 157xxx กว่าโล อายุรถ 3 ปีกว่า และ ช่วงล่างในจุดอื่นๆปกติคับ แต่ก็ต้องเตรียมบำรุงรักษาตามสภาพ และ ตามการใช้งานจริงเป็นหลักเช่นกันคับ

ออนไลน์ Rit Hrv "NA Style"

  • สมาชิก 3000 ไมล์
  • ************
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 15858
  • กระทู้: 3909
  • พลังน้ำใจ : 38
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพ/อยุธยา
  • ชื่อเล่น: *Rit-Hrv na style*
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
ไม่มีปัญหาของการรั่วซึม ถือว่าคุ้มสมราคาคับ จากตัวแทนจำหน่ายที่ไปติดตั้งมาของร้าน Inno 69 เลียบด่วน เกษตร-นวมินทร์คับ
อะไรใช้ดีผมบอกต่อคับ

ออนไลน์ Rit Hrv "NA Style"

  • สมาชิก 3000 ไมล์
  • ************
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 15858
  • กระทู้: 3909
  • พลังน้ำใจ : 38
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพ/อยุธยา
  • ชื่อเล่น: *Rit-Hrv na style*
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
ล่าสุดพึ่งกลับจากทริปปีใหม่ 62-63 ที่เชียงใหม่-สุโขทัย-พิษณุโลก-อยุธยา มาคับ ขึ้นดอยลงดอย พวงมาลัยคมทุกโค้งคับ จิกทุกโค้งคับ วารันตีจากการใช้งานจริงคับ คนนั่งไปด้วย 1 คนกับ สี่ขา 1 ตัว ไม่มีเมารถคับ เพราะอาการของตัวรถไม่โยนตัวเหมือนโช้คเดิม ไม่ยวบ ท้ายไม่ปัด จังหวะยืดยุบ คืนตัวได้ไวคับ จึงทำให้สามารถใช้ความเร็วได้มากกว่าปกติที้รถเดิมๆขับขึ้นดอย ลงดอยคับ (แต่ความเร็วนั้นผู้ขับแต่ละคนเอาอยู่ด้วยนะคับ) ถือว่าคุ้มสมราคาคับ นุ่มหนึบคับ ขึ้นลงดอยขับทำเวลาได้สบายคับ ส่วนตัวมีจังหวะแซงได้แซงคับ เพราะต้องไปหลายที่คับ แต่ต้องปลอดภัยกับคันที่เราแซงและทางที่สวนเลนมาด้วยคับส่วนระบบเบรคเดิมๆทั้งปั๊มเบรคและผ้าเบรคคับ ส่วนยางไม่ใช่ยางราคาแพงหรือยี่ห้อ 4-5 ดาวที่ราคา 13xxx-20000 เลยคับ ใช้ยางไทยราคาไม่ถึง 7000 คับ อย่าง otani รุ่น kc2000 ก็เอาอยู่ทุกโค้งคับ สมถรรนะการยึดเกาะทั้งถนนแห้งและเปียกทำได้ดีไม่แพงยางแบรนด์ดังๆที่เกรดระดับ 3-4 ดาวเลยคับ ทดสอบจากการใช้งานจริงคับ ช่วงล่างที่เสริมมาเช่น kyb new sr+บูช rigid color+ชุดค้ำ 4 ตำแหน่งคับ ไม่ต้องเป็นสายย่อก็ขับสบายคับ (ช่วงล่างเราจะพึ่งจุดใดจุดนึงไม่ได้คับ ต้องเสริมเติมแต่งให้สมดุลและเหมาะสมกับจุดที่เป็นจุดด้อยของรถแต่ละรุ่นคับ) และไม่ต้องกังวนว่าใต้ท้องรถจะเตี้ยลงถ้าขึ้นดอยลงดอยขับไม่ลำบากคับ
*อะไรใช้ดี คุ้มสมราคา ผมบอกต่อคับ hrv on the way.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 06 ม.ค. 2020, 08:13:33 โดย Rit Hrv "NA Style" »

ออนไลน์ Rit Hrv "NA Style"

  • สมาชิก 3000 ไมล์
  • ************
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 15858
  • กระทู้: 3909
  • พลังน้ำใจ : 38
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพ/อยุธยา
  • ชื่อเล่น: *Rit-Hrv na style*
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
มาเสริมข้อมูลเพิ่มเติมคับ เกี่ยวกับ แคมซิ่งที่เรียกกันคับ
*แคมที่ผมใส่นั้นจากสำนัก เบริด์หลักห้าคับ เป็นแคมเจียคับ (ของเดิมที่ติดรถไม่ต้องเทริน หรือ เอาไปทำนะคับ เป็นแคมเส้นใหม่แต่เป็นแคมเดิมนำมาเจียองศาให้สูงคับ เป็นข้อมูลเบื้องต้นที่ทราบนะคับ ส่งผลในรอบกลางปลายให้สมถรรนะของการยกลิฟต์ของทั้งฝั่งไอดีไอเสียยกค้างนานขึ้นก็ส่งผลให้มีอากาศเข้าได้มากขึ้นทั้งฝั่งไอดีและการคายไอเสียคับ แต่จำเป็นต้องมีการปรับจูน หรือ remap ด้วยคับ เพื่อให้ได้สมถรรนะที่เต็มที่แต่ไม่เกินลิมิตที่เครื่องยนต์และเกียร์รับได้คับ ส่วนรอบต้นนั้นหลังปรับจูนไม่ต่างกับรถเดิมมากคับ แต่เมื่อมีการปรับจูนแล้วย่อมดีกว่าในทุกรอบทุกย่านความเร็วของรถจากเดิมๆคับ แต่สมถรรนะที่ได้ย่อมมีจุดด้อยคับ ในด้านอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงคับ แต่ไม่ได้น่าเกียจอะไรคับ ส่วนตัวรับได้สำหรับผมเองนะคับ แต่ผมเองเน้นสมถรรนะมากกว่าด้านประหยัดคับ ส่วนอัตราสิ้นเปลืองนั้นถ้าดูจากจอเรือนไมล์ตัวรถค่าเฉลี่ยอัตราสิ้นเปลืองนั้นจะอยู่ที่ 9.5-9.1 กม/ชม.คับ แต่ผมเองเน้นสมถรรนะมากกว่าความประหยัดก็ใช้แต่ e85 ตลอดคับ ส่วนถ้าดูจาก obd อาจจะไม่ตรงตามค่าจริงนะคับ ดูเทียบเคียงคับ อัตราสิ้นเปลืองตามระยะทางจริงไม่ใช้ค่าเฉลี่ยนะคับ ถ้าขับยืนพื้น 120 อัตราสิ้นเปลืองจะอยู่ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยที่จอเรือนไมล์คับ คือ 9.1-8.5 กม/ชม. คับ แต่ถ้ากดเร่งแซงหรือซัดแช่ 120-180+ อัตราสิ้นเปลืองจะอยู่ในระหว่าง 8.0-6.7 กม/ชม.คับ แต่ถ้าถอนคันเร่งก็มายืนพื้นปกติที่ 120 ก็จะมีอัตราสิ้นเปลืองกลับมาที่ 9.1-8.5 กม/ชม.เช่นเดิมคับ ก็ขึ้นอยู่กับองค์รวมด้วยนะคับ เช่น นมค นมก สภาพอุณหภูมิอากาศภายนอกด้วยคับ และ สภาพถนน(ทางขึ้นลาดซัดหรือลากรอบต่ำก็สิ้นเปลืองกว่าวิ่งทางลาบถนนปกติหรือลงเขาคับ) สมถรรนะที่ได้จากแคมซิ่ง+remap กับเครื่อง r18z ตัวนี้ที่ทราบข้อมูลจะได้แรงม้าอยู่ที่ 20-22 แรงม้าหลังจากมีการการปรับจูนแล้วนะคับ ส่วนแรงบิด ได้เพิ่มมาพอสมควรเลยมากกว่าของเดิมติดรถคับ ถ้าจากการใช้งานจริง สามารถเร่งแซงรถที่มี turbo เช่น กะบะ หรือ เบนซิน turbo เดิมๆหรือแค่ทำสเตปหลังถนน เช่น พวกใส่กล่องดันยก พวกใส่กล่องคันเร่งไฟฟ้า หรือ แค่จูนกล่อง หรือ remap อย่างเดียวและยังสามารถกดเร่งแซงคันหน้าที่เป็นเส้นทางขึ้นที่ลาดชันได้คับ แต่รถผมเองก็มีการขยายปากใบลิ้นปีกผีเสื้อด้วยนะคับ จุดนี้จะได้แรงบิดในช่วงที่เรากดคันเร่งสุดเพื่อเร่งแซงคับ เพราะหลังการปรับจูนแล้ว ลิ้นปีกผีเสื้อจะเปิด 100% คับ ส่วนรถเดิมๆโรงงานั้นไม่ว่าจะรุ่นไหนค่ายไหน กดคันเร่งสุดยังไงลิ้นปีกผีเสื้อก็จะเปิดเพียง 70% เท่านั้นคับ ต่อให้บางค่ายที่มีเครื่อง 2.0 เช่น cx3 หรือ xv ที่มีระบบฉีดตรงก็ตามทีคับ และมีการปรับจูนมาให้ด้วยแล้วก็ตามคับ ก็ยังติดล็อกค่าต่างๆไว้ด้วยเงื่อนไขของทางโรงงานเพื่อให้ตรงตามค่ามาตราฐานเพื่อจำหน่ายอยู่ดีคับ และในส่วนกล่อง ecu honda ถ้าภาษาสายซิ่งจะทราบกันดีคับว่า ecu ติดรถของค่าย honda ถือว่าฉลาดกว่า ecu ติดรถของหลายๆค่ายด้วยคับ คือ ประมวลผลไวกว่า อ่านค่าไวกว่าประมาณนี้คับ หรือ สายซิ่งจะเทียบได้กับ กล่องพวก standalone หรือ oxtenmax4 ได้เลยคับ แต่กล่องพ่วงกล่องจูนเหล่านี้ก็ไม่สามารถปลดลิ้นหรี่ได้ 100% คับ จะต้องเสียเงินเพิ่มอีกอย่างน้อย 4-6000 คับ เพื่อเสริมกล่องปลดลิ้นหรี่คับ จึงมีค่าใช้จ่ายที่สูงมากกว่าการ remap ในยุคปัจจุบันคับ แต่สิ่งสำคัญที่สุดในการปรับจูนนั้น คือ มือจูน หรือ ที่เรียกกันว่า tuner คับ และโปรแกรมที่ tuner คนนั้นๆมีคับ ว่าสามารถจูนเข้าถึงเจาะลึกได้ขนาดไหนคับ และ มือถึงไหมในการจูนตารางตัวเลขต่างๆนานาเต็มไปหมดคับ ผมมองแล้ว งง เป็นไก่ตาแตกคับ ไม่รู้ว่ามันคือเลขอะไรต่างรางกราฟอะไรบ้าง งง คับ อย่างไรก็ดีคับ เป็นข้อมูลรวมๆเบื้องต้นของแคมซิ่ง+การปรับจูนคับ อะไรใช้ดีผมบอกต่อคับ
*ส่วนการปรับจูนของรถผมที่ส่วนตัวผมเองชอบเพราะรถใช้งานเน้นวิ่งทางไกลไม่จำเป็นต้องล็อกน้ำมันเชื้อเพลิงในการปรับจูนนะคับ สำหรับการปรับจูน ecu เดิมติดรถต่อให้ปรับจูนได้ตารางเดียว หรือ เรียกว่าจูนได้ map เดียว แต่ก็สามารถเติมเชื้อเพลิงผสมกันได้ทุกชนิดที่ hrv เติมได้เหมือนรถเดิมโรงงานคับ คือ ระบบ flexible fuel คับ แต่ผมเน้นสมถรรนะจึงเติม e85 มาตลอดเป็นหลักคับ นอกจากกรณีที่หาปั๊มที่มี e85 ไม่ได้แล้ว และจำเป็นจริงๆที่ต้องเติมน้ำมันก็จะเติม e20 ส่วน gas95/91 ก็สามารถเติมทับผสมได้นะคับ แต่ไม่เติมคับ เพราะราคาแพงเอาเรื่องคับ และ ไม่แรงคับ 555 ผมจึงเติม e85 เป็นหลัก หรือ e20 เติมทับผสมได้เลยคับ ไม่ส่งผลเสียใดๆต่อระบบที่เกี่ยวข้องทั้งสิ้นคับ จะต่างกันกับการปรับจูนแบบล็อกน้ำมันชนิดนั้นๆคับ คือ จะต้องเติมน้ำมันชนิดนั้นๆในใช้งานจริงเท่านั้นคับ ถ้าเติมน้ำมันที่ไม่ได้ปรับจูนไว้จะส่งผลให้เกิดอาการเครื่องเขก เครื่องสะดุดได้คับ และ ส่งผลต่อระบบอื่นๆตามมาด้วยคับ อย่างไรแล้วเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นที่ผมพอทราบคับ อะไรใช้ดีบอกต่อคับ
*ขออนุญาตลงภาพรถที่มีเครื่องเกียร์ระบบน้ำมันบล็อกเดียวกับ hrv สักเล็กน้อยและ สมช บางท่านที่ไป remap กับ tuner เจ้าเดียวกับผมคับ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08 ม.ค. 2020, 11:45:32 โดย Rit Hrv "NA Style" »

ออนไลน์ Rit Hrv "NA Style"

  • สมาชิก 3000 ไมล์
  • ************
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 15858
  • กระทู้: 3909
  • พลังน้ำใจ : 38
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพ/อยุธยา
  • ชื่อเล่น: *Rit-Hrv na style*
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
เสริมข้อมูลเรื่องเบื้องต้นเกี่ยวกับโช๊คแต่งและโช้คเดิมเล็กน้อยคับ
*ส่วนของโช๊คแต่งนั้นส่วนใหญ่จะบรรจุแก๊สไวภายในคับ เพื่อให้มีสมถรรนะที่ดีกว่าในทุกๆด้าน ระบบอัดบรรจุแก๊ส ระบบกลไกและระบบวาวล์ภายในคับ
*ส่วนโช๊คเดิมติดรถนั้นจะบรรจุน้ำมันเซ็ตค่าตามมาตราฐานของรถแต่ละรุ่นคับ ว่าค่ายรถยนต์แต่ละค่ายจะปรับเซ็ตค่ามาแบบไหนคับ
*ความต่างระหว่างโช๊คแต่งและโช๊คเดิมติดรถสมถรรนะก็จะต่างกันคับ เพราะระบบโช็คน้ำมัน (โช็คเดิมติดรถ) เมื่อใช้งานจริงระบบน้ำมันที่อัดบรรจุไว้ภายในจะมีการสะสมความร้อนในด้านหลักการคับ พอใช้งานจริงไประบบน้ำมันจะสะสมความร้อนส่งผลทำให้ระบบตัวโช๊คทำงานได้ด้อยลงคับในทุกๆด้านคับ เช่น การยืดยุบจะทำงานได้ด้อยคุณภาพลงคับ เทียบเคียงได้กับ ระบบของไอดีคับ คือ เมื่อไอดีฝั่งขาเข้ารับอากาศที่มีอุณหภูมิที่ต่ำ (อากาศเย็น) ก็จะส่งผลในด้านสมถรรนะ เช่น ได้แรงบิดแรงม้า และ อัตราสิ้นเปลืองที่ดีขึ้นคับ เมื่อเทียบเคียงกันคับ หลักการก็จะคล้ายกันคับ แต่ถ้าอากาศภายนอกเริ่มมีอุณหภูมิที่สูงขึ้น สะสมระบบไอดีฝั่งขาเข้าก็ส่งผลทำให้สมถรรนะเริ่มด้อยลงคับทั้งด้าน แรงบิดแรงม้าและอัตราสิ้นเปลืองคับ เฉกเช่นเดียวกับระบบโช๊คแบบน้ำมันคับ เมื่อเริ่มมีความร้อนสะสมในตัวของมันก็จะส่งผลทำให้สมถรรนะการทำงานด้อยลงเช่นกันคับ ส่วนระบบโช๊คแก๊สนั้นจะไม่ค่อยสะสมความร้อนมากเหมือนโช๊คอัดน้ำมันคับ จึงทำให้มีสมถรรนะที่เสถียรกว่า หรือ ที่เราๆเรียกกันว่า หนึบกว่า เกาะถนนกว่าคับ ในข้อมูลเบื้องต้นคับ จึงทำให้โช๊คระบบแก๊สหรือที่เรียกโช๊คแต่งโช๊คซิ่งมีราคาที่สูงกว่าโช๊คอัดน้ำมัน 1-3 เท่าตัวเลยทีเดียวคับ เพราะมีทั้งจุดเด่นที่มีสมถรรนะที่สูงกว่าทนทานกว่าและยังส่งผลดีไปในจุดอื่นให้ระบบช่วงล่างอื่นๆทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ เช่น ระบบเบรคทำงานดีขึ้น ช่วยถนอมบูชยางในจุดต่างๆรับภาระน้อยลง แต่ก็ต้องเสริมเติมแต่งให้เหมาะสมและสมดุลกับรถแต่ละรุ่นด้วยคับ เพื่อที่จะได้ฟิวลิ่งในการใช้งานจริงที่ผู้ใช้งานชอบที่สุดจะได้ลงทุนอย่างคุ้มค่าด้วยคับ
ถ้านับเฉพาะโช๊คแต่งที่เป็นรูปแบบ twin tube ก็จะมี 3 ยี่ห้อคับเรียกตามราคาถูกไปแพงคับ
*moroe
*kyb new sr และ tein endula pro
*tein endulaproplus (ปรับได้)
แบบ mono tube (สตัท)
*h drive
*tein
*buddy
*cusco
*gab
เป็นต้นคับ
 อย่างไรแล้วก็สามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อเป็นแนวทางหรือให้เป็นทางเลือกในด้านการตัดสินใจถ้าเราต้องการเสริมสมถรรนะให้ช่วงล่างของรถที่ดีขึ้นคับ ตามงบตามความชอบคับ เพราะตอนนี้โช๊คแต่งของรุ่น hrv ก็มีออกมาหลากหลายรุ่นแล้วคับ อะไรใช้ดีบอกต่อคับ  :emo_051: :emo_051: :emo_051:
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 09 ม.ค. 2020, 21:50:41 โดย Rit Hrv "NA Style" »

ออนไลน์ Rit Hrv "NA Style"

  • สมาชิก 3000 ไมล์
  • ************
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 15858
  • กระทู้: 3909
  • พลังน้ำใจ : 38
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพ/อยุธยา
  • ชื่อเล่น: *Rit-Hrv na style*
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
สมช อีกท่านคับ ที่เสริมสมถรรนะสไตล์ยกสูงเหมือนเดิมแต่ความหนึบไม่อายสายย่อคับ ลงทุนจากการใช้งบไปสามารถใช้งานจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพสมราคาคับ
*และ วันที่ 15/1/63 เดินทางขอนแก่นคับ สำหรับผมคับ และ อาจจะไหลต่อ กระบี่คับ hrv on the way.
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13 ม.ค. 2020, 17:02:59 โดย Rit Hrv "NA Style" »