ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
Honda Leasing
All New Honda CR-V ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99%
สมัครสมาชิกคลับ!! | กฏกติกามารยาท | กฏระเบียบห้องซื้อขาย-ร้านค้า
ประกาศ!! แจ้งเปลี่ยนแปลงวิธีการโพสตั้งกระทู้ใหม่
**ท่านใดพบปัญหาการสมัครสมาชิกด้วยสมาร์ทโฟน แนะนำให้สมัครสมาชิกโดยใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ก่อน จากนั้นค่อยใช้สมาร์ทโฟนล๊อกอินเล่นตามปกติ**


สั่งซื้อสติ๊กเกอร์ Honda HR-V Club พร้อมหมายเลขสติ๊กเกอร์ No. ได้ที่นี่!!

ผู้เขียน หัวข้อ: เปลี่ยนปลายท่อหม้อพักเดิม แต่เหมือนกินน้ำมันเยอะข้น  (อ่าน 256 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ BoBiez

  • สมาชิกป้ายแดง
  • *
  • เจ้าของกระทู้
  • สมาชิก ID: 17335
  • กระทู้: 7
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพ
  • ชื่อเล่น: เจน
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
 Share 
สวัสดิ์ดีครับ ขอความรู้หน่อยครับ พอดีผมไปเปลี่ยนปลายท่อ ของhrv e-limited 2016 โดยช่างได้ทำการตัดท่อด้านใน และปลายท่อ เพื่อทำการขยับหม้อพักเดิมเข้าไปข้างในอีกหน่อยเนื่องจากปลายที่ได้มาขนาดใหญ่พอตัว และเป็นปลายแบบท่อคู่

หลังจากติดตั้ง อัตราการเร่ง การออกตัว ความรู้สึกเปลี่ยนนิดหน่อย แต่อัตราการวัดน้ำนี่สิครับ จากปกติวิ่งในเมืองรถติดๆ ได้ 12 โลต่อลิตร แต่ตอนนี้พอรถติดหรือสตาทแล้วจอดรอ ค่าการวัดจะลงไปเร็วมาก บางทีเลยไป 9โลต่อลิตร ก็มี กว่าจะขับให้เป็น10หรือ11โลต่อลิตร นี่รู้สึกเหนื่อย เลยจะสอบถามว่า มันเกิดจากปลายมีขนาดใหญ่หรือป่าว และวิธีแก้ไขใครมีไอเดียยังไงบ้างครับ

ขอบคุณครับ :emo_008:


สั่งซื้อสติ๊กเกอร์ Honda HR-V Club พร้อมหมายเลขสติ๊กเกอร์ No. ได้ที่นี่!!

ออฟไลน์ Rit hrv by Hondatec team

  • สมาชิก 2000 ไมล์
  • ***********
  • สมาชิก ID: 15858
  • กระทู้: 2476
  • พลังน้ำใจ : 28
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพ/อยุธยา
  • ชื่อเล่น: *Rit by hondatec*
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
มีภาพไหมคับ หรือ แอดลายมาได้คับ jr.hrv คับ

ออฟไลน์ saksorn

  • สมาชิก 30 ไมล์
  • ****
  • สมาชิก ID: 7721
  • กระทู้: 37
  • พลังน้ำใจ : 0
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพมหานคร
  • ชื่อเล่น: saksorn
  • สีรถ: ยังไม่ระบุ
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
ผมใช้ท่อ HKS legal ครับ อัตราเร่งดีขึ้น เสียงนุ่มครับ

ออฟไลน์ Rit hrv by Hondatec team

  • สมาชิก 2000 ไมล์
  • ***********
  • สมาชิก ID: 15858
  • กระทู้: 2476
  • พลังน้ำใจ : 28
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพ/อยุธยา
  • ชื่อเล่น: *Rit by hondatec*
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
ส่วนใหญ่เปลี่ยนท่อนปลาย ทั้งตามหลักการ หรือ ใช้งานจิง แรงบิด/touque รอบต้น แรงม้า/hp หายอยุ่แล้วคับ ถ้าหม้อเป็นไส้ตรง ไส้เยื้อง คับ ถ้าไส้ย้อนจะเหมือนหม้อเดิมโรงงานคับ เพาะไส้เดิมโรงงานก็เป็นไส้ย้อนคับ เรียกอีกอย่าง คือ ของเดิมจะอั่นๆคับ จึงทำให้แรงบิดยังคงที่คับ หลักๆที่รถ na แรงบิดยังคงที่ รอบต้นไม่หาย แต่รอบปลายจะไหลช้าหน่อย คือ เฮด(แคท) เดิมติดรถคับ ชุดกรองอากาศเดิม ปลายท่อท่อนสุดท้ายเดิมคับ แต่ถ้าอยากเปลี่ยนแค่ปลายท่อแต่งสักใบ แล้วแก้ด้วยการ remap คับ จะเหมาะที่สุดคับ ต้นกลางปลายจะมาดีกว่ารถเดิมๆที่ มีแค่ปลายอย่างเดียวคับ ถ้ารถเดิมๆเปลี่ยนปลายท่ออย่างเดียว รอบต้นหายแน่นอนคับ พุดแบบบ้านๆ คือ ม้ารอบต้นร่วงคับ ประมานนี้คับเบื้องต้นคับ  >:D >:D >:D
* ส่วนปลายท่อที่มีหม้อเหมือนของเดิมติดรถ ช่วยเรื่องเสียงคับ ถ้าหม้อพักใหญ่ หรือ ยาว กว่าปลายซิ่งแบบมีหม้อสั่นๆ เสียงจะไม่แรงมากคับ แต่ก็ไม่ได้ทำให้เสียงแว้น เหมือนยุคก่อนๆนะคับ ายท่อสมัยนี้ พัฒนาขึ้นเยอะคับ ไม่ว่าจะจองไทยทำ หรือ ของแบรนด์คับ แต่จะดีกว่ากันไม่มากก็น้อยที่ใยแก้ว(ไส้ใน) จะมีคุนภาพที่ดีกว่าเป็นเรื่องปกติของ ท่อที่มียี่ห้อ แบรนด์ดังๆคับ แต่ใช้ได้เหมือนกันคับ คุนภาพไม่ต่างกันในส่วนเรื่องของความเร็วความแรงคับ (หลังมีการปรับจุน หรือ remap) คับ
*ท่อสูตรส่วนใหญ่ยุคนี้ ขาซิ่งนิดๆ หรือ ขาซิ่งเต็มตัว มักจะใช้ ปลายไส้ตรง หรือ ไส้เยื้องคับ แต่ถ้ารถเดิมๆ เปลี่ยนแค่ปลายท่ออย่างเดียว ต้นหายปลายเดินคับ
*ท่อเดิมโรงงาน หรือ ท่อสูตร แบบไส้ย้อน นั้นต้นยังจะคงที่ ไม่ต่างกะบท่อเดิมโรงงานเท่าไหร่คับ แต่ปลายเดินไหลสู่ไส้ตรงไม่ได้คับ เพาะอั่นกว่าคับ
*แต่ท่อสูตรถ้าหม้อพักปลายสั่น หรือ ไส้ตรงไส้เยื้องเสียงจะมีมากกว่า ท่อเดิมโรงงาน หรือ แบบมีหม้อพักใหญ่ไส้ย้อนคับ
*แต่ส่วนใหญ่ ใส่ท่อสูตรแล้วต้อง remap หรือ จุนกล่องซิ่งคับ ตามความชอบ เพาะจะมีส่วนเกี่ยวข้องกันคับ ถือว่าสำพันธ์กันคับ
*ถ้ารถเดิมๆโรงงานแค่เปลี่ยนปลายอย่างเดียวไม่เหมาะคับ ได้แค่เสียงคับ พุดแบบบ้าน คือ ดังแต่ท่อล้อไม่หมุนคับ
*แต่ก็อยุ่ที่ความพอใจคับ ถ้าจะให้ดี แนะนำ remap คับ เพาะไม่ต้องดัดแปลงอะไรคับ ถ้าเจอสำนักจุนดี โปรแดรมจุนเสถียรนะคับ ประกันอยุ่ครบ 100% คับ
*แต่ถ้าจุนกล่องซิ่ง ต้องตัดต่อสายไฟ  ประกันขาด 100% คับ และ กล่องบางตัว หรือ ส่วนใหญ่ ปลดลิ้นหรี่ไม่ได้ในตัว ต้องเสียเงินเพิ่ม จัดกล่องคุมลิ้นหรี่คับ รวมๆแล้วลงทุนมากกว่า 2-3 เท่าตัวคับ ม้าได้เท่ากันไม่ต่างกันคับ
*เผลอๆ remap ยุคนี้ พัฒนาเยอะคับ เข้าถึงได้ดีกว่า กล่องบางตัวด้วยคับ วิ่งดีกว่าจุนกล่องซิ่งด้วยซ้ำคับ
*แต่ยังไงแล้ว อยุ่ที่ฝีมือ tuner แต่ละท่านคับ ว่าจะใส่ตัวเลข ปรับกราฟตารางต่างๆดีแค่ไหนให้เหมาะสมกับรถแต่ละคันคับ
*บางสำนัก ตั้งเบิ้ลตัด ซะ 7000-8000 รอบ เวลาเบิ้ลสงสารเครื่องคับ ถ้าเกียร์ auto หรือ cvt นะคับ ตั้งแค่ 4000 รอบก็พอคับ เพาะไม่ได้ส่งผลอะไรคับ แค่ให้รุ้ว่า เวลาเบิ้ลตัดรอบจะไวขึ้น ให้รุ้ว่ารถเราขยับ สเตป มาเท่านั้นคับ
*ส่วนเรื่องท่อนั้น เอาตามความชอบคับ เพาะหลังจุน หรือ remap แล้ว ไม่ต่างกันกับท่อเดิมโรงงานคับ จาก 0-140 พอกันคับ จะไหลลื่นได้ดีกว่าหลังหลุด 140+ คับแต่ไม่ต่างกันมากคับ ถ้าพุดเป็นแรงม้า หลังจุน แบยบ้านๆนะคับ
ท่อเดิมโรงงาน+remap/จุนกล่อง ได้ ม้า 10-12 ตัว
ท่อสูตร+remap/จุนกล่อง ได้ม้า 10-13 ตัว
กรณีรถ na ไม่ต่างกันคับ แต่ได้ความไหลลื่นในรอบปลายที่ต่างกันคับ
*สำคัญอยุ่ที่ ขยับ สเตป อะไรเพิ่มเติมคับ
ส่วนรถโมแนว na จะให้เห็นความต่างแบบเห็นผลถ้าเสริม สมถรรนะ อะไรเข้าไปแล้วต้องได้ 10 ม้าขึ้นคับ ถึงเห็นผล และคุ้มค่าคับ และเท่าที่พอมีข้อมุล งูๆปลาๆ นะคับ การโมแนว na รถบ้าน เน้นใช้งาน ที่เห็นเสริมกันในยุคนี้นะคับที่เห็นผล ข้อมุลคร่าวๆคับ
*remap/จุนกล่อง เพิ่มจากรถเดิมๆ โรงงาน หรือ ใส่ปลายท่อ 10-15 ม้า
*แคมซิ่ง เพิ่ม 10-12 ม้า ติดตั้งง่ายที่สุด เปิดฝาเครื่องท่อนบนสุด 3-4 ชม. เสร็จ (ตรงรุ่น) ความเสี่ยง 2-5%
*ฝาซิ่ง เพิ่ม 5-7 ม้า ต้องยกเครื่องออก ถอดเครื่องท่อนบนลงมาที่ท่อนกลาง นำฝามาปรับแต่ง ใช้เวลา 1-2 วัน เสร็จ (ดัดแปลง) ความเสี่ยง 30-60%
*ลูกซิ่ง เพิ่ม 10-15 ม้า ต้องยกเครื่องออกแบบเดียวกับทำฝาซิ่ง ถอดประกอบเครื่องท่อนบน กลาง เอาท่อนล่างมายัดลูก ปรับแต่งเหมือนกัน ใช้เวลา 1-2 วัน เสร็จ (ดัดแปลง) ความเสี่ยง 40-70%
*การเสริมสมถรรนะ มีความเสี่ยงทั้งนั้นคับ แต่อยุ่ที่เราคับ ว่าจะตัดสินใจทำแบบไหน ทำแค่ไหนคับ ทำจุดไหนให้ได้สมถรรนะที่เห็นผลที่สุด ถนอมเครื่อง ปลอดภัยที่สุด
*ส่วนการ remap ความเสี่ยง 1-2% คับ
*การผุกหอย วางโบ ความเสี่ยง 30-80% คับ เพาะส่งผลเสียเยอะคับ
*แนวทางโมแบบ na จะประมาณนี้คับ ยังไงต้องยุ่งกับไส้ในเครื่องคับ แต่อยุ่ที่ว่ายุ่งแบบไหนแล้วรถไม่ช้ำคับ
*แต่ถ้าวางโบ ย่อมดีกว่าในเรื่องความแรง ความเร็ว มากกว่า 100% คับ แต่ พื้นฐานมัน คือ na ถ้างบหลังจากผุกหอยแล้ว งบ service ไม่ถึงก็เข้ากับ วลี ของขาซิ่งที่ว่า "แรงตามตัง พังตามทีน" คับ สุดท้ายไม่ค่อยได้จอดบ้านคับ ถ้าผุกหอย ส่วนใหญ่มักจะจอดอู่คับ
*สำคัญที่ ทำพอประมาณเน้นใช้งานคับ วิ่งดีกว่าคันอื่นๆแน่นอนคับ
*แต่ถ้า สเตป ที่ผมเสริม สมถรรนะ นะคับ เน้นใช้งาน วิ่งทางไกล ซัด แช่ ลากยาวๆ จอดน้อย ไม่มีปัญหาเรื่อง ความร้อน ไฟ engine show และเหมือนรถเดิมๆโรงงาน
* แคมซิ่ง (ตรงรุ่นของเดิมเก็บกลับบ้านคับ)
*ขยายปากใบหน้า-หลัง ลิ้นปีกผีเสื้อ
*remap ecu (โปรแกรมเสถียร+ฝีมือ tuner แต่ละท่านคับ)
ได้ม้าล้อ 20-25 ตัวแล้วคับ แค่นี้ก็วิ่งใช้งานสบายๆเลยคับ
*ส่วนเรื่องอัตราสิ้นเปลื่องไม่ได้เปลืองจนรับกันไม่ได้คับ สำคัญที่ tuner คับ ว่าปรับจุน ecu เหมาะสมกับรถคันั้นๆ แค่ไหนคับ
*รวมแล้วผมลงทุนสำหรับ สเตป ที่เสริมมา นะคับ 15900 ได้ม้าเพิ่ม 20-25 ตัวคับ ถือว่าคุ้มกว่า การจุนกล่องซิ่ง ราคาแพงๆ 27000+3-6000 ค่ากล่องคุมลิ้นหรี่ แต่ได้ม้า 10-15 ตัวคับ ท่านที่จะขยับ สเตป ก็ต้องลองดูความคุ้มค่านะคับ ข้อมุลประมาณนี้คับ ท่นใดสนใจ ก็ PM หรือ ทิ้งลายมาได้คับ ยินดีแนะนำ แนวทางที่จะขยับ สเตป เน้นใช้งบน้อยแต่คุ้มกับมเาที่ได้มาคับ
*ยังไงแล้ว จะท่อ ไส้อะไร หรือ แบรนด์ไหนๆ จะไทย หรือ เทศ คุณภาพอาจจะต่างกัน ในเรื่องวัสดุ ความทนทาน แต่ สมถรรนะ ไม่เกินกันคับ พุดแบบบ้านๆอีกนะคับ ถ้าหลังจุนเก็บ ไม่ได้ต่างกันคับ และ ไม่ต่างกันกับท่อเดิมโรงงานด้วยซ้ำคับ แค่ช่วงปลายไหลลื่น เดินกว่านิดหน่อยคับ
*ในกรณี โมแนว na เกียร์ auto/cvt นะคับ




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 20 ต.ค. 2017, 00:37:06 โดย Rit Hrv By Hondatec tuning »

ออฟไลน์ Rit hrv by Hondatec team

  • สมาชิก 2000 ไมล์
  • ***********
  • สมาชิก ID: 15858
  • กระทู้: 2476
  • พลังน้ำใจ : 28
  • เพศ: ชาย
  • จังหวัด: กรุงเทพ/อยุธยา
  • ชื่อเล่น: *Rit by hondatec*
    • ดูรายละเอียด
    • รางวัลและกิจกรรม
ท่านใดสนใจ ก็ทิ้งลาย หรือ PM ทักทายมาได้นะคับ ยินดีแนะนำคับ
 :emo_051: :emo_051: :emo_051:

Tags: